ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ความก้าวหน้าหัวข้อนี้0/8 ตอน
EP7
ตรรกศาสตร์และการให้เหตุผล · ตรรกศาสตร์

EP7 ตรรกศาสตร์พิชิตข้อสอบ นตท.

30 นาที ปานกลาง เรียนทีละทักษะ
ภาพรวมหลักสูตรของฉัน

เส้นทางสู่เป้าหมาย

0%
ผ่านแล้ว0/0 EP
เหลือ0 EP
ผ่านครบวิชา0/0 วิชา

กำลังโหลดความก้าวหน้า…

ความสำเร็จ Quiz ท้าย EP ผู้เรียน
กำลังโหลด…
ดีที่สุด0%
ล่าสุด
ทำแล้ว0 ครั้ง

ทำ Quiz ท้าย EP เพื่อเริ่มบันทึกความสำเร็จ

EP7 • PART 1 • เตรียมสอบ นตท.
ตรรกศาสตร์พิชิตข้อสอบ

ทบทวนเฉพาะสูตร สมบัติ และรูปแบบการคิดที่จำเป็น เพื่อให้มองข้อสอบออก ตัดตัวเลือกได้เร็ว และลดความผิดพลาดก่อนเข้าสู่ Quiz แนวข้อสอบเก่า

🎯 เป้าหมายที่ 1
แยกให้ออกว่าข้อความใดเป็นประพจน์
🎯 เป้าหมายที่ 2
ตรวจค่าความจริงและสัจนิรันดร์ได้
🎯 เป้าหมายที่ 3
วิเคราะห์การอ้างเหตุผลได้อย่างเป็นระบบ
1

ประพจน์คืออะไร

ประพจน์ คือ ประโยคบอกเล่าที่สามารถตัดสินได้ว่า จริง หรือ เท็จ อย่างใดอย่างหนึ่ง

✅ เป็นประพจน์

  • ประเทศไทยอยู่ในทวีปเอเชีย
  • 4 เป็นจำนวนเฉพาะ
  • 2 + 3 = 6
  • เชียงใหม่อยู่ทางเหนือของประเทศไทย
แม้ข้อความจะเป็นเท็จ เช่น “4 เป็นจำนวนเฉพาะ” ก็ยังเป็นประพจน์ เพราะตัดสินค่าความจริงได้

❌ ไม่เป็นประพจน์

  • คำถาม: วันนี้ไปไหน
  • คำสั่ง: กรุณาปิดประตู
  • คำขอร้อง: ช่วยฉันด้วย
  • คำอวยพร: ขอให้โชคดี
  • คำอุทาน: สวยจังเลย
💡 ทริกสอบ: อย่าถามว่า “ข้อความนี้จริงหรือไม่” แต่ให้ถามว่า “ข้อความนี้สามารถกำหนดว่าเป็นจริงหรือเท็จได้หรือไม่”
2

ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์

สัญลักษณ์ อ่านว่า ความหมาย หลักจำ
∼p นิเสธ p ไม่ p กลับค่าความจริง
p ∧ q p และ q ทั้งสองข้อความจริง จริงเมื่อจริงทั้งคู่
p ∨ q p หรือ q อย่างน้อยหนึ่งข้อความจริง เท็จเมื่อเท็จทั้งคู่
p → q ถ้า p แล้ว q ประพจน์เงื่อนไข เท็จเฉพาะ T → F
p ↔ q p ก็ต่อเมื่อ q ค่าความจริงเหมือนกัน จริงเมื่อเหมือนกัน
3

ตารางค่าความจริงที่ต้องจำ

p q p ∧ q p ∨ q p → q p ↔ q
T T T T T T
T F F T F F
F T F T T F
F F F F T T
สูตรสำคัญที่สุด
p → q
เป็นเท็จเพียงกรณีเดียว คือ p จริง แต่ q เท็จ
4

ประพจน์เงื่อนไขและบทแย้ง

เริ่มจากประพจน์เดิม

p → q
ชื่อ รูปประพจน์ สมมูลกับ p → q หรือไม่
ประพจน์เดิม p → q ใช่
บทกลับ q → p ไม่สมมูล
บทผกผัน ∼p → ∼q ไม่สมมูล
บทแย้ง ∼q → ∼p สมมูล
p → q ≡ ∼q → ∼p
💡 ทริกจำบทแย้ง: สลับตำแหน่ง แล้วเติมนิเสธทั้งคู่
5

สูตรประพจน์สมมูลที่ออกสอบบ่อย

สูตรเงื่อนไข

p → q ≡ ∼p ∨ q
p → q ≡ ∼q → ∼p

สูตรก็ต่อเมื่อ

p ↔ q ≡ (p → q) ∧ (q → p)
p ↔ q ≡ (p ∧ q) ∨ (∼p ∧ ∼q)

กฎสลับที่

p ∧ q ≡ q ∧ p
p ∨ q ≡ q ∨ p

กฎการกระจาย

p ∧ (q ∨ r) ≡ (p ∧ q) ∨ (p ∧ r)
p ∨ (q ∧ r) ≡ (p ∨ q) ∧ (p ∨ r)
⚠️ ระวัง: (p → r) ∧ (q → r) โดยทั่วไปไม่สมมูลกับ (p ∧ q) → r
6

กฎ De Morgan

เมื่อนิเสธข้อความที่มี “และ” หรือ “หรือ” ต้องเปลี่ยนตัวเชื่อม และนิเสธข้อความทุกตัวภายใน

นิเสธ “และ”

∼(p ∧ q) ≡ ∼p ∨ ∼q

นิเสธ “หรือ”

∼(p ∨ q) ≡ ∼p ∧ ∼q
💡 สูตรจำ: แจกเครื่องหมาย “ไม่” เข้าไปทุกตัว และสลับ ∧ ↔ ∨
ตัวอย่าง:
“ไม่จริงที่ว่า A และ B สอบผ่าน”
สมมูลกับ
“A สอบไม่ผ่าน หรือ B สอบไม่ผ่าน”
7

สัจนิรันดร์และข้อขัดแย้ง

สัจนิรันดร์

เป็นจริงทุกกรณี
p ∨ ∼p

ข้อขัดแย้ง

เป็นเท็จทุกกรณี
p ∧ ∼p

ประพจน์ไม่แน่นอน

บางกรณีจริง บางกรณีเท็จ
p → q
A ↔ A เป็นสัจนิรันดร์
หากจัดรูปประพจน์ทั้งสองข้างของ แล้วได้ข้อความเดียวกัน ประพจน์นั้นเป็นสัจนิรันดร์
8

การอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล

การอ้างเหตุผลจะสมเหตุสมผล เมื่อ ไม่มีกรณีที่เหตุทุกข้อเป็นจริง แต่ผลเป็นเท็จ

1. Modus Ponens

p → q
p
∴ q
ยืนยันเหตุ แล้วสรุปผล

2. Modus Tollens

p → q
∼q
∴ ∼p
ปฏิเสธผล แล้วปฏิเสธเหตุ

3. Hypothetical Syllogism

p → q
q → r
∴ p → r
เชื่อมเงื่อนไขเป็นลูกโซ่

4. Disjunctive Syllogism

p ∨ q
∼p
∴ q
ตัดตัวเลือกหนึ่งออก จึงเหลืออีกตัวเลือก
9

รูปแบบการอ้างเหตุผลที่ผิด

❌ ยืนยันผล

p → q
q
∴ p
ผิด เพราะ q อาจเกิดจากสาเหตุอื่นก็ได้

❌ ปฏิเสธเหตุ

p → q
∼p
∴ ∼q
ผิด เพราะแม้ p ไม่เกิด แต่ q อาจเกิดจากสาเหตุอื่น
ตัวอย่าง:
ถ้าฝนตกแล้วถนนเปียก
ถนนเปียก ไม่ได้แปลว่าฝนตกเสมอ เพราะอาจมีรถรดน้ำถนน
⚠️ จุดออกสอบ: เมื่อเห็น p → q แล้วเหตุอีกข้อเป็น q หรือ ∼p อย่ารีบสรุป
10

เทคนิคแยกเหตุหลายเงื่อนไข

ถ้ามี p ∧ q

p ∧ q
∴ p
∴ q
ถ้า “p และ q” เป็นจริง สามารถแยกได้ว่า p จริง และ q จริง

ตัวอย่างแนวข้อสอบ

1. p ∧ q
2. p → (q → r)
∴ r
  1. จาก p ∧ q ได้ p และ q
  2. จาก p → (q → r) และ p ได้ q → r
  3. จาก q → r และ q ได้ r
สรุป: สมเหตุสมผล
11

ตัวบ่งปริมาณ

ทุกจำนวน

∀x P(x)
P(x) เป็นจริงสำหรับ x ทุกตัว

มีอย่างน้อยหนึ่งจำนวน

∃x P(x)
มี x อย่างน้อยหนึ่งค่าที่ทำให้ P(x) จริง

การนิเสธตัวบ่งปริมาณ

∼[∀x P(x)] ≡ ∃x ∼P(x)
∼[∃x P(x)] ≡ ∀x ∼P(x)
💡 จำง่าย:
นิเสธ “ทุก” เปลี่ยนเป็น “มีบางตัวที่ไม่”
นิเสธ “มีบางตัว” เปลี่ยนเป็น “ทุกตัวไม่”
ตัวอย่าง:
“ไม่จริงที่ว่านักเรียนทุกคนสอบผ่าน”
สมมูลกับ
“มีนักเรียนอย่างน้อยหนึ่งคนสอบไม่ผ่าน”
12

สมบัติจำนวนตรรกยะและอตรรกยะ

ข้อสอบอาจกำหนดประพจน์จากสมบัติของจำนวนจริง แล้วให้หาค่าความจริงก่อนนำไปแทนในประพจน์เชิงซ้อน

การดำเนินการ ผลที่ได้ หมายเหตุ
ตรรกยะ + ตรรกยะ ตรรกยะ จริงเสมอ
ตรรกยะ × ตรรกยะ ตรรกยะ จริงเสมอ
ตรรกยะ + อตรรกยะ อตรรกยะ จริงเสมอ
อตรรกยะ + อตรรกยะ อาจเป็นตรรกยะหรืออตรรกยะ ขึ้นกับจำนวนที่เลือก
อตรรกยะ × อตรรกยะ อาจเป็นตรรกยะหรืออตรรกยะ เช่น √2 × √2 = 2
0 × อตรรกยะ 0 ซึ่งเป็นตรรกยะ ใช้เป็นตัวอย่างโต้แย้งได้บ่อย
💡 ทริก: ถ้าโจทย์ใช้คำว่า “มีบางจำนวน” เพียงหาตัวอย่างหนึ่งค่าที่ทำให้ข้อความจริงก็เพียงพอ
13

โจทย์คนพูดจริง–พูดเท็จ

ให้ถือว่าแต่ละคนมีสถานะชัดเจน คือ พูดจริง หรือ พูดเท็จ

1. เลือกข้อความสั้นที่สุด
2. สมมติว่าพูดจริงหรือเท็จ
3. ไล่ผลไปยังคนอื่น
4. ตรวจว่าขัดแย้งหรือไม่
ตัวอย่าง:
ถ้า E กล่าวว่า “B พูดเท็จ”
  • ถ้า E พูดจริง แสดงว่า B พูดเท็จ
  • ถ้า E พูดเท็จ แสดงว่า B พูดจริง
⚠️ ระวัง: อย่าตัดสินจากความน่าเชื่อถือในชีวิตจริง ให้ตรวจเฉพาะค่าความจริงของข้อความที่แต่ละคนกล่าว
14

ขั้นตอนทำข้อสอบตรรกศาสตร์

STEP 1
อ่านว่าโจทย์ถามอะไร
STEP 2
กำหนด p, q, r
STEP 3
แปลงเป็นสัญลักษณ์
STEP 4
ใช้สูตรหรือหากรณีโต้แย้ง

เมื่อถาม “สมเหตุสมผลหรือไม่”

  • เทียบกับ MP, MT, HS และ DS
  • หากรณีที่เหตุจริง แต่ผลเท็จ
  • ถ้าหาได้ แสดงว่าไม่สมเหตุสมผล

เมื่อถาม “เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่”

  • จัดรูปด้วยสูตรสมมูลก่อน
  • ถ้าได้ A → A หรือ A ↔ A ให้ตอบจริง
  • ถ้ายังไม่ชัด ให้สร้างตารางค่าความจริง

📌 สรุปจำก่อนสอบ 3 นาที

ประพจน์
ประโยคบอกเล่าที่กำหนดจริงหรือเท็จได้
p → q เป็นเท็จ
เฉพาะเมื่อ p จริง และ q เท็จ
บทแย้ง
p → q ≡ ∼q → ∼p
De Morgan
แจกนิเสธทุกตัว แล้วสลับ ∧ กับ ∨
Modus Ponens
p → q, p ∴ q
Modus Tollens
p → q, ∼q ∴ ∼p
Disjunctive Syllogism
p ∨ q, ∼p ∴ q
รูปแบบผิด
p → q, q ∴ p และ p → q, ∼p ∴ ∼q
สัจนิรันดร์
จริงทุกกรณี เช่น p ∨ ∼p
ข้อขัดแย้ง
เท็จทุกกรณี เช่น p ∧ ∼p
นิเสธ ∀
∼∀xP(x) ≡ ∃x∼P(x)
นิเสธ ∃
∼∃xP(x) ≡ ∀x∼P(x)

✅ ตรวจความพร้อมก่อนเข้าสู่ Quiz

  • แยกประพจน์และข้อความที่ไม่เป็นประพจน์ได้
  • จำกรณีที่ p → q เป็นเท็จได้
  • เขียนบทแย้งของประพจน์เงื่อนไขได้
  • ใช้กฎ De Morgan ได้
  • แยก MP, MT, HS และ DS ได้
  • มองเห็นรูปแบบการอ้างเหตุผลที่ผิดได้
  • นิเสธข้อความที่มี ∀ และ ∃ ได้
ถ้ายังจำไม่ได้ทั้งหมด ให้จำ 5 เรื่องนี้ก่อน: p → q เท็จเฉพาะ T → F, บทแย้ง, MP, MT และ De Morgan

พร้อมเข้าสู่ EP7 PART 2

Quiz แนวข้อสอบเก่า นตท. ครอบคลุมประพจน์ ค่าความจริง สัจนิรันดร์ การอ้างเหตุผล ตัวบ่งปริมาณ และโจทย์คนพูดจริง–พูดเท็จ

EP7 • PART 2 • QUIZ แนวข้อสอบเก่า นตท.
แบบทดสอบตรรกศาสตร์

เลือกคำตอบด้วยตนเองก่อนเปิดเฉลย ฝึกมองรูปแบบประพจน์ การอ้างเหตุผล สัจนิรันดร์ ตัวบ่งปริมาณ และโจทย์คนพูดจริง–พูดเท็จ

จำนวนข้อ 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน
เป้าหมาย ควรได้อย่างน้อย 8 คะแนน
วิธีฝึก ตอบก่อน แล้วค่อยเปิดดูเฉลย
1

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก.
(p → r) ∧ (q → r)
สมมูลกับ
(p ∧ q) → r

ข.
(p → q) ↔ (∼q → ∼p)
เป็นสัจนิรันดร์
ข้อใดถูกต้อง
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 3 — ก ผิด ข ถูก

ข้อ ก ไม่สมมูลกัน ลองกำหนด p = T, q = F, r = F

(p → r) ∧ (q → r) = F

แต่

(p ∧ q) → r = T

ข้อ ข ถูก เพราะ ∼q → ∼p เป็นบทแย้งของ p → q ซึ่งสมมูลกันเสมอ

2

พิจารณาการอ้างเหตุผลต่อไปนี้

ก.
  1. ถ้าคุณแม่หญิงฉีดวัคซีนแล้วจะไม่ติดโควิด
  2. คุณแม่หญิงติดโควิด
ผล: คุณแม่หญิงไม่ได้ฉีดวัคซีน
ข.
  1. พิมรี่พายขายของออนไลน์ หรือพิมรี่พายบริจาคเงิน 1 ล้านบาท
  2. พิมรี่พายไม่ขายของออนไลน์
ผล: พิมรี่พายบริจาคเงิน 1 ล้านบาท
การอ้างเหตุผลข้อใดสมเหตุสมผล
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 1

ข้อ ก เป็นรูป Modus Tollens

p → q, ∼q ∴ ∼p

ข้อ ข เป็นรูป Disjunctive Syllogism

p ∨ q, ∼p ∴ q
3

พิจารณาการอ้างเหตุผล ก และ ข

ก.
1. p ∧ q
2. p → (q → r)
ผล r
ข.
1. ∼p → q
2. p
3. r
ผล ∼q
ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 2

ข้อ ก:

  1. จาก p ∧ q ได้ p และ q
  2. จาก p → (q → r) และ p ได้ q → r
  3. จาก q → r และ q ได้ r

ข้อ ข ไม่สามารถสรุป ∼q ได้ เพราะเมื่อ p เป็นจริง จะได้ ∼p เป็นเท็จ

4

พิจารณาข้อความ ก ข และ ค

ก. ถ้า x < 0 และ y < 0 แล้ว xy > 0 สมมูลกับ ถ้า xy ≤ 0 แล้ว x ≥ 0 หรือ y ≥ 0


ข.
[(p ∨ q) ∧ ∼p] ↔ (∼p ∧ q)
เป็นสัจนิรันดร์
ค.
U = {−2, −1, 0, 1, 2}
ข้อความ
∃x[x³ > x² ∧ x < x²]
เป็นเท็จ
ข้อใดถูกต้อง
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 1

ก ถูก เพราะข้อความหลังเป็นบทแย้งของข้อความแรก และใช้กฎ De Morgan ได้ว่า

∼(x < 0 ∧ y < 0) ≡ x ≥ 0 ∨ y ≥ 0

ข ถูก เพราะ (p ∨ q) ∧ ∼p สมมูลกับ ∼p ∧ q

ค ผิด เพราะเลือก x = 2 ได้ 2³ > 2² และ 2 < 2² ดังนั้นประพจน์ที่มี ∃x เป็นจริง

5

ถ้าประโยคต่อไปนี้มีค่าความจริงเป็นเท็จ

ถ้านักเรียนไม่ไปโรงเรียน แล้วนักเรียนจะไม่ได้เจอเพื่อน
ประโยคใดต่อไปนี้มีค่าความจริงเป็นเท็จ
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 2

กำหนด p = ไปโรงเรียน และ q = ได้เจอเพื่อน ประโยคเดิมคือ

∼p → ∼q

เมื่อเป็นเท็จ ต้องมี ∼p = T และ ∼q = F จึงได้ p = F และ q = T

ข้อ 2 คือ q → p ซึ่งเป็น T → F จึงเป็นเท็จ

6

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก.
p → [(p → q) → q]
เป็นสัจนิรันดร์
ข.
(∼p → q) → (∼q → p)
เป็นสัจนิรันดร์
ค.
(p → q) ↔ (∼p ∧ q)
ไม่เป็นสัจนิรันดร์
ข้อใดถูกต้อง
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 1

ก จัดรูปได้เป็น p → (p ∨ q) ซึ่งจริงทุกกรณี

ข เพราะ ∼p → q ≡ p ∨ q และ ∼q → p ≡ q ∨ p จึงเป็นรูป A → A

ค ไม่เป็นสัจนิรันดร์ เช่น p = T และ q = T จะได้ด้านซ้ายจริง แต่ด้านขวาเท็จ

7

ข้อความใดเป็นประพจน์

เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 2

“4 เป็นจำนวนเฉพาะ” เป็นประโยคบอกเล่า และสามารถกำหนดค่าความจริงได้ จึงเป็นประพจน์ แม้ค่าความจริงจะเป็นเท็จ

8

กำหนดค่าความจริงของ p, q และ r

p: มีจำนวนตรรกยะบางจำนวนที่คูณกับจำนวนอตรรกยะแล้วได้จำนวนตรรกยะ

q: มีจำนวนอตรรกยะบางจำนวนที่คูณกับจำนวนอตรรกยะแล้วได้จำนวนอตรรกยะ

r: จำนวนตรรกยะทุกจำนวนบวกกับจำนวนอตรรกยะแล้วได้จำนวนอตรรกยะ

ประพจน์ข้อใดมีค่าความจริงเป็นเท็จ
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 1
  • p จริง เพราะ 0 × √2 = 0
  • q จริง เพราะ √2 × √3 = √6
  • r จริง เพราะตรรกยะ + อตรรกยะ = อตรรกยะ
p = q = r = T

ข้อ 1 จึงเป็น (T ∨ T) → F หรือ T → F ซึ่งเป็นเท็จ

9

พิจารณาการอ้างเหตุผลต่อไปนี้

1. 8 เป็นจำนวนเฉพาะ หรือ 5 เป็นจำนวนเฉพาะ
2. 8 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ
ผล: 5 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ
ข้อใดวิเคราะห์ได้ถูกต้อง
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 2

กำหนด

  • p = 8 เป็นจำนวนเฉพาะ
  • q = 5 เป็นจำนวนเฉพาะ
p ∨ q
∼p
∴ q

ตาม Disjunctive Syllogism ต้องสรุปว่า 5 เป็นจำนวนเฉพาะ ไม่ใช่ 5 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ

10

โจทย์คนพูดจริง–พูดเท็จ

A กล่าวว่า “C และ D พูดเท็จ”
B กล่าวว่า “A และ C พูดจริง”
C กล่าวว่า “D พูดเท็จ”
D กล่าวว่า “E พูดเท็จ”
E กล่าวว่า “B พูดเท็จ”
ข้อใดถูกต้อง
เปิดดูคำตอบและวิธีคิด
ตอบข้อ 1
  1. ถ้า B พูดจริง จะทำให้ A และ C พูดจริง แต่ A กล่าวว่า C พูดเท็จ จึงขัดแย้ง ดังนั้น B พูดเท็จ
  2. E กล่าวว่า B พูดเท็จ จึงทำให้ E พูดจริง
  3. D กล่าวว่า E พูดเท็จ จึงทำให้ D พูดเท็จ
  4. C กล่าวว่า D พูดเท็จ จึงทำให้ C พูดจริง
  5. A กล่าวว่า C และ D พูดเท็จ แต่ C พูดจริง จึงทำให้ A พูดเท็จ
ผู้พูดเท็จ: A, B, D
ผู้พูดจริง: C, E

กระดาษจดคำตอบ

ข้อ 1 _____
ข้อ 2 _____
ข้อ 3 _____
ข้อ 4 _____
ข้อ 5 _____
ข้อ 6 _____
ข้อ 7 _____
ข้อ 8 _____
ข้อ 9 _____
ข้อ 10 _____
เปิดดูเฉลยรวมหลังทำครบ 10 ข้อ
ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ 3 1 2 1 2 1 2 1 2 1

ประเมินผลการฝึก

9–10 คะแนน: ยอดเยี่ยม พร้อมทำข้อสอบระดับสนามสอบ
7–8 คะแนน: ทำได้ดี ทบทวนเฉพาะข้อที่ผิดแล้วลองใหม่
5–6 คะแนน: เข้าใจพื้นฐานแล้ว แต่ควรทบทวนบทแย้งและการอ้างเหตุผล
ต่ำกว่า 5 คะแนน: กลับไปอ่าน EP7 PART 1 แล้วทำ Quiz อีกครั้ง

จบ EP7 ตรรกศาสตร์พิชิตข้อสอบ

จำรูปแบบให้แม่น ทำโจทย์ให้เป็นขั้นตอน และอย่ารีบสรุปจากภาษาของโจทย์ก่อนแปลงเป็นสัญลักษณ์

พร้อมไปตอนถัดไปหรือยัง?

เข้าสู่ระบบหลักเพื่อบันทึกความก้าวหน้าได้ถาวร