ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ความก้าวหน้าหัวข้อนี้0/7 ตอน
EP1
พหุนาม · พื้นฐานพหุนาม

EP8 Final Mission – พิชิตพหุนามกำลังสอง

สรุปและทบทวนเนื้อหาพหุนามกำลังสองทั้งหมดผ่าน Mini Mock Test 20 ข้อ ครอบคลุมการบวก–ลบ–คูณ–หารพหุนาม การแยกตัวประกอบ สมการกำลังสอง ค่า Discriminant ความสัมพันธ์ของราก และกราฟพาราโบลา พร้อมเฉลย เทคนิคคิดเร็ว และวิเคราะห์จุดอ่อน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสอบจริง

30 นาที ปานกลาง เรียนทีละทักษะ
ภาพรวมหลักสูตรของฉัน

เส้นทางสู่เป้าหมาย

0%
ผ่านแล้ว0/0 EP
เหลือ0 EP
ผ่านครบวิชา0/0 วิชา

กำลังโหลดความก้าวหน้า…

ความสำเร็จ Quiz ท้าย EP ผู้เรียน
กำลังโหลด…
ดีที่สุด0%
ล่าสุด
ทำแล้ว0 ครั้ง

ทำ Quiz ท้าย EP เพื่อเริ่มบันทึกความสำเร็จ

EP8 Final Mission: พิชิตพหุนามกำลังสอง

บทนี้เป็นแบบทดสอบสรุปเรื่องพหุนามและสมการกำลังสอง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำข้อสอบจริง

ผู้เรียนจะได้ทบทวนตั้งแต่พจน์ สัมประสิทธิ์ ดีกรี การดำเนินการของพหุนาม การแยกตัวประกอบ สมการกำลังสอง ค่า discriminant และกราฟพาราโบลา

เป้าหมายไม่ใช่เพียงตอบถูก แต่ต้องมองออกว่าโจทย์แต่ละข้อควรใช้วิธีใด

ภารกิจของผู้เรียน

  • ทำแบบทดสอบทั้งหมด 20 ข้อด้วยตนเอง
  • พยายามทำแต่ละข้อภายในประมาณ 1 นาที
  • เลือกคำตอบก่อนกดตรวจคำตอบ
  • อ่านวิธีคิดทั้งข้อที่ตอบถูกและตอบผิด
  • จดรูปแบบโจทย์ที่ตนเองยังสับสนไว้ทบทวน
เวลาแนะนำ

ใช้เวลาทำประมาณ 20–25 นาที โดยไม่เปิดดูเนื้อหา EP ก่อนหน้า

ทบทวนก่อนสอบใน 3 นาที

ก่อนเริ่มทำข้อสอบ ให้ทบทวนหลักสำคัญต่อไปนี้

1. รูปทั่วไปของพหุนามกำลังสอง

ax2+bx+c,   a≠0
  • a คือสัมประสิทธิ์ของ x2
  • b คือสัมประสิทธิ์ของ x
  • c คือพจน์คงตัว
  • ดีกรีสูงสุดเท่ากับ 2

2. การบวกและลบพหุนาม

รวมกันได้เฉพาะพจน์ที่คล้ายกัน คือมีตัวแปรและเลขชี้กำลังเหมือนกัน

3x2+5x2=8x2
ระวัง:

x2 กับ x ไม่ใช่พจน์คล้าย จึงรวมกันไม่ได้

3. การคูณพหุนาม

คูณสัมประสิทธิ์เข้าด้วยกัน และบวกเลขชี้กำลังของตัวแปรฐานเดียวกัน

(2x2)(3x)=6x3

เมื่อต้องคูณวงเล็บ ให้กระจายทุกพจน์ให้ครบ

(x+2)(x+3)=x2+5x+6

4. การแยกตัวประกอบ

สำหรับพหุนามรูป x2+bx+c ให้หาจำนวนสองจำนวนที่

  • บวกกันได้ b
  • คูณกันได้ c
x2-7x+12=(x-3)(x-4)

5. สูตรที่ต้องมองให้ออก

a2-b2=(a-b)(a+b)
a2+2ab+b2=(a+b)2
a2-2ab+b2=(a-b)2

6. สมการกำลังสอง

เมื่อแยกตัวประกอบได้แล้ว ใช้หลัก ผลคูณเป็นศูนย์

(x-p)(x-q)=0

ดังนั้น x=p หรือ x=q

7. Discriminant

Δ=b2-4ac
  • Δ>0 มีคำตอบจริง 2 คำตอบ
  • Δ=0 มีคำตอบจริงซ้ำ 1 คำตอบ
  • Δ<0 ไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง
เทคนิคก่อนเริ่มทำ:

อ่านสิ่งที่โจทย์ถามก่อน แล้วจึงเลือกเครื่องมือ อย่าใช้สูตรกำลังสองทันทีทุกข้อ เพราะหลายข้อสามารถแยกตัวประกอบได้เร็วกว่า

แผนการทำข้อสอบอย่างมีสติ

  1. มองรูปโจทย์ ว่าถามเรื่องดีกรี การคำนวณ การแยกตัวประกอบ หรือการแก้สมการ
  2. จัดรูปก่อนคิด โดยเรียงพจน์จากดีกรีสูงไปต่ำ
  3. มองหาวิธีสั้น เช่น ดึงตัวร่วม ผลต่างกำลังสอง หรือหาคู่จำนวน
  4. ตรวจเครื่องหมาย โดยเฉพาะเมื่อมีเครื่องหมายลบหน้าวงเล็บ
  5. แทนค่าตรวจสอบ เมื่อไม่แน่ใจว่าคำตอบของสมการถูกต้องหรือไม่
เร็วได้ แต่ต้องไม่รีบจนข้ามเครื่องหมาย

Part A: Warm Up — ข้อ 1–5

เริ่มจากข้อพื้นฐานเพื่อเตรียมสมองก่อนเข้าสู่ข้อระดับมาตรฐาน ควรใช้เวลาข้อละประมาณ 30–60 วินาที

ตอบแล้ว 0/5 ข้อ คะแนน 0/5
ข้อ 1 พหุนาม 4x3-7x2+2x-9 มีดีกรีเท่าใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

ดีกรีของพหุนามคือเลขชี้กำลังสูงสุดของตัวแปร หลังจากจัดรูปเรียบร้อยแล้ว

พจน์ที่มีเลขชี้กำลังสูงสุดคือ 4x3

ตอบ C. ดีกรีเท่ากับ 3
เทคนิคสนามสอบ:

อย่าดูจากจำนวนพจน์หรือค่าสัมประสิทธิ์ ให้ดูเฉพาะเลขชี้กำลังที่มากที่สุด

ข้อ 2 ผลลัพธ์ของ (5x2-3x+4)+(2x2+x-7) ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

รวมพจน์ที่คล้ายกันทีละกลุ่ม

5x2+2x2 =7x2
-3x+x=-2x
4-7=-3

จึงได้

7x2-2x-3
ตอบ B. 7x2-2x-3
เทคนิคสนามสอบ:

แยกคิดเป็น 3 ช่อง: พจน์ x2, พจน์ x และค่าคงตัว จะลดความผิดพลาดได้มาก

ข้อ 3 ผลลัพธ์ของ 3x(2x2-x+4) ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

นำ 3x คูณทุกพจน์ในวงเล็บ

3x(2x2)=6x3
3x(-x)=-3x2
3x(4)=12x

ดังนั้น

3x(2x2-x+4) =6x3-3x2+12x
ตอบ D. 6x3-3x2+12x
เทคนิคสนามสอบ:

วางนิ้วหรือขีดเครื่องหมายทีละพจน์ เพื่อป้องกันการคูณไม่ครบ โดยเฉพาะพจน์สุดท้าย

ข้อ 4 ข้อใดเป็นการแยกตัวประกอบของ x2-7x+12 ได้ถูกต้อง
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

ต้องหาจำนวนสองจำนวนที่

  • บวกกันได้ -7
  • คูณกันได้ 12

จำนวนดังกล่าวคือ -3 และ -4

(-3)+(-4)=-7
(-3)(-4)=12

จึงได้

x2-7x+12=(x-3)(x-4)
ตอบ A. (x-3)(x-4)
เทคนิคสนามสอบ:

พจน์คงตัวเป็นบวก แต่พจน์กลางเป็นลบ แสดงว่าจำนวนทั้งสองต้องเป็นลบ

ข้อ 5 คำตอบของสมการ x2-9=0 ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

สมการนี้เป็นผลต่างกำลังสอง

x2-9 =x2-32

แยกตัวประกอบได้เป็น

(x-3)(x+3)=0

ใช้หลักผลคูณเป็นศูนย์

x-3=0   หรือ   x+3=0

ดังนั้น

x=3   หรือ   x=-3
ตอบ C. x=3 หรือ x=-3
เทคนิคสนามสอบ:

เมื่อเห็น x2=จำนวนบวก อย่าลืมว่าคำตอบมักมีทั้งค่าบวกและค่าลบ

ประเมินผล Part A

  • 5 คะแนน: พื้นฐานพร้อม เข้าสู่ข้อระดับมาตรฐานได้ทันที
  • 4 คะแนน: อยู่ในระดับดี ตรวจข้อที่พลาดอีกครั้ง
  • 2–3 คะแนน: ควรทบทวนการรวมพจน์และการแยกตัวประกอบ
  • 0–1 คะแนน: ควรย้อนทบทวน EP1–EP4 ก่อนทำข้อต่อไป
คะแนนส่วนนี้เต็ม 5 คะแนน ให้นำไปรวมกับ Part B, Part C และ Part D เพื่อหาคะแนนรวมเต็ม 20 คะแนน

Part B: Standard Mission — ข้อ 6–10

ข้อสอบส่วนนี้เน้นรูปแบบมาตรฐานที่ผู้เรียนควรทำได้คล่อง ได้แก่ การลบพหุนาม การคูณพหุนาม การแยกตัวประกอบ การแก้สมการกำลังสอง และการพิจารณาจำนวนคำตอบ

เวลาแนะนำ

ใช้เวลาประมาณ 5–7 นาที หรือเฉลี่ยข้อละไม่เกิน 1 นาที

ตอบแล้ว 0/5 ข้อ คะแนน 0/5
ข้อ 6 ผลลัพธ์ของ (5x2-2x+7)-(3x2+4x-5) ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

เมื่อมีเครื่องหมายลบหน้าวงเล็บ ต้องเปลี่ยนเครื่องหมายของทุกพจน์ภายในวงเล็บ

(5x2-2x+7) -(3x2+4x-5)

กระจายเครื่องหมายลบ จะได้

5x2-2x+7 -3x2-4x+5

รวมพจน์ที่คล้ายกัน

(5x2-3x2) +(-2x-4x)+(7+5)
=2x2-6x+12
ตอบ B. 2x2-6x+12
เทคนิคสนามสอบ:

เครื่องหมายลบหน้าวงเล็บเปรียบเหมือนคูณทุกพจน์ด้วย -1 จึงต้องเปลี่ยนเครื่องหมายให้ครบทุกพจน์

จุดหลอก:

พจน์สุดท้ายคือ -(-5)=+5 ไม่ใช่ -5

ข้อ 7 ผลคูณของ (2x-3)(x+4) ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

คูณพจน์ทุกตัวในวงเล็บแรกกับทุกพจน์ในวงเล็บที่สอง

(2x-3)(x+4)
=(2x)(x)+(2x)(4)+(-3)(x)+(-3)(4)
=2x2+8x-3x-12
=2x2+5x-12
ตอบ D. 2x2+5x-12
เทคนิคสนามสอบ:

ตรวจคำตอบอย่างรวดเร็วจากพจน์หน้าและพจน์หลัง: พจน์หน้าต้องเป็น 2x2 และพจน์คงตัวต้องเป็น -12

จุดหลอก:

อย่าลืมคูณพจน์ไขว้ 8x และ -3x แล้วรวมกันเป็น 5x

ข้อ 8 ข้อใดเป็นการแยกตัวประกอบของ 2x2-7x+3 ได้ถูกต้อง
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

พหุนามข้อนี้มีสัมประสิทธิ์ของ x2 เท่ากับ 2 จึงต้องพิจารณารูป

(2x\ \square)(x\ \square)

พจน์คงตัวเป็น +3 และพจน์กลางเป็นลบ ดังนั้นเครื่องหมายทั้งสองควรเป็นลบ

ทดลองใช้

(2x-1)(x-3)

คูณกลับเพื่อตรวจสอบ

=2x2-6x-x+3
=2x2-7x+3
ตอบ A. (2x-1)(x-3)
เทคนิคสนามสอบ:

ใช้ตัวเลือกช่วยได้ โดยคูณเฉพาะพจน์ไขว้ก่อน ตัวเลือกที่ถูกต้องต้องให้พจน์กลางเป็น -7x

ระวัง:

ตัวเลือก (2x-3)(x-1) มีพจน์หน้าและหลังเหมือนกัน แต่พจน์กลางจะเป็น -5x จึงไม่ถูกต้อง

ข้อ 9 คำตอบของสมการ x2-5x+6=0 ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

หาจำนวนสองจำนวนที่บวกกันได้ -5 และคูณกันได้ 6

จำนวนนั้นคือ -2 และ -3

x2-5x+6 =(x-2)(x-3)

ดังนั้น

(x-2)(x-3)=0

ใช้หลักผลคูณเป็นศูนย์

x-2=0   หรือ   x-3=0

จึงได้

x=2   หรือ   x=3
ตอบ C. x=2 หรือ x=3
เทคนิคสนามสอบ:

ตัวเลขในวงเล็บเป็น -2 และ -3 แต่คำตอบของสมการต้องเปลี่ยนเป็น 2 และ 3

จุดหลอกสำคัญ:

อย่าตอบ -2,-3 จากเครื่องหมายที่เห็นในวงเล็บทันที

ข้อ 10 สมการ 2x2+4x+5=0 มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริงกี่คำตอบ
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

ใช้ค่า discriminant

Δ=b2-4ac

จากสมการกำหนดให้

  • a=2
  • b=4
  • c=5

แทนค่า

Δ=42-4(2)(5)
Δ=16-40=-24

เนื่องจาก Δ<0 สมการจึงไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง

ตอบ D. ไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง
เทคนิคสนามสอบ:

ถ้าโจทย์ถามเพียงจำนวนคำตอบ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรหาค่า x ให้คำนวณเฉพาะ Δ จะเร็วกว่า

ระวัง:

ในสูตร b2-4ac ต้องคูณ 4×a×c ให้ครบก่อนนำไปลบ

ประเมินผล Part B

  • 5 คะแนน: ทำโจทย์ระดับมาตรฐานได้คล่อง พร้อมเข้าสู่ระดับประยุกต์
  • 4 คะแนน: อยู่ในระดับดี ให้ตรวจสอบข้อที่ผิดและหาสาเหตุ
  • 2–3 คะแนน: ควรทบทวนเครื่องหมายลบ การคูณวงเล็บ และการแยกตัวประกอบ
  • 0–1 คะแนน: ควรย้อนทบทวน EP1–EP5 ก่อนเข้าสู่ข้อที่ยากขึ้น
คะแนนสะสมหลังจบ Part B เต็ม 10 คะแนน ให้นำคะแนน Part A และ Part B มารวมกัน

Checkpoint หลังทำข้อ 6–10

ตรวจว่าคุณพลาดเพราะอะไร

  • เปลี่ยนเครื่องหมายหลังลบวงเล็บไม่ครบ
  • คูณพจน์ในวงเล็บไม่ครบทุกคู่
  • แยกตัวประกอบได้ แต่เปลี่ยนเป็นคำตอบของสมการผิดเครื่องหมาย
  • แทนค่า a,b,c ในสูตรผิดตำแหน่ง
  • คำนวณถูก แต่ตอบไม่ตรงกับสิ่งที่โจทย์ถาม
หลักคิดสำคัญ:

ในข้อสอบจริง ความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากสูตรยาก แต่เกิดจากเครื่องหมาย การคูณไม่ครบ และการอ่านคำถามไม่จบ

Part C: Challenge Mission — ข้อ 11–15

ข้อสอบส่วนนี้เริ่มเชื่อมโยงหลายแนวคิดเข้าด้วยกัน ทั้งการแยกตัวประกอบ สมการกำลังสอง ค่า discriminant ความสัมพันธ์ของราก และกราฟพาราโบลา

เวลาแนะนำ

ใช้เวลาประมาณ 7–10 นาที หรือเฉลี่ยข้อละประมาณ 1–2 นาที

ตอบแล้ว 0/5 ข้อ คะแนน 0/5
ข้อ 11 คำตอบของสมการ 2x2-7x+3=0 ตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

แยกตัวประกอบของพหุนาม

2x2-7x+3 =(2x-1)(x-3)

ดังนั้น

(2x-1)(x-3)=0

ใช้หลักผลคูณเป็นศูนย์

2x-1=0   หรือ   x-3=0

จึงได้

x=\frac{1}{2}   หรือ   x=3
ตอบ B. x=3 หรือ x=\frac{1}{2}
เทคนิคสนามสอบ:

เมื่อมีวงเล็บ 2x-1 คำตอบไม่ใช่ 1 แต่เป็น \frac{1}{2}

จุดหลอก:

อย่ามองเฉพาะตัวเลขในวงเล็บ ต้องแก้สมการย่อยให้เสร็จก่อน

ข้อ 12 ถ้า x=2 เป็นคำตอบของสมการ x2+kx-10=0 แล้วค่า k เท่ากับเท่าใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

เมื่อ x=2 เป็นคำตอบของสมการ แสดงว่าแทนค่า x=2 ลงในสมการแล้วต้องได้ศูนย์

22+k(2)-10=0
4+2k-10=0
2k-6=0
2k=6
k=3
ตอบ C. 3
เทคนิคสนามสอบ:

คำว่า “เป็นคำตอบของสมการ” แปลว่าแทนค่านั้นลงไปแล้ว ฝั่งซ้ายต้องมีค่าเท่ากับศูนย์

ระวัง:

พจน์ kx เมื่อแทน x=2 จะเป็น 2k ไม่ใช่ k+2

ข้อ 13 สมการ x2-6x+9=0 มีลักษณะคำตอบตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

พหุนามนี้เป็นกำลังสองสมบูรณ์

x2-6x+9 =(x-3)2

ดังนั้นสมการเป็น

(x-3)2=0

จึงได้

x-3=0
x=3

คำตอบ x=3 เกิดซ้ำสองครั้ง จึงเรียกว่า รากซ้ำ

ตอบ A. มีคำตอบจริงซ้ำกัน 1 คำตอบ คือ x=3
วิธีตรวจด้วย discriminant:
Δ=(-6)2-4(1)(9) =36-36=0

เมื่อ Δ=0 สมการมีคำตอบจริงซ้ำกัน 1 คำตอบ

จุดหลอก:

จาก (x-3)2=0 ไม่ได้คำตอบ x=3 และ x=-3

ข้อ 14 กราฟของ y=x2-4x+3 ตัดแกน x ที่จุดใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

จุดที่กราฟตัดแกน x คือจุดที่ y=0

จึงแก้สมการ

x2-4x+3=0

แยกตัวประกอบ

(x-1)(x-3)=0

ดังนั้น

x=1   หรือ   x=3

กราฟจึงตัดแกน x ที่จุด (1,0) และ (3,0)

ตอบ D. x=1 และ x=3
เทคนิคสนามสอบ:

คำว่า “จุดตัดแกน x” ให้คิดทันทีว่า y=0 แล้วแก้สมการกำลังสอง

ระวัง:

ถ้าโจทย์ถามเป็น “จุด” คำตอบเต็มควรเขียนเป็น (1,0) และ (3,0)

ข้อ 15 ถ้าสมการ x2-8x+k=0 มีคำตอบจริงซ้ำกัน แล้วค่า k เท่ากับเท่าใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

สมการกำลังสองมีคำตอบจริงซ้ำกัน เมื่อค่า discriminant เท่ากับศูนย์

Δ=b2-4ac=0

จากสมการ

x2-8x+k=0

กำหนดให้

  • a=1
  • b=-8
  • c=k

แทนค่าในสูตร

(-8)2-4(1)(k)=0
64-4k=0
4k=64
k=16
ตอบ C. 16
วิธีสังเกตแบบเร็ว:

เมื่อ k=16 จะได้

x2-8x+16 =(x-4)2

จึงมีคำตอบซ้ำคือ x=4

จุดหลอก:

ค่า b คือ -8 แต่เมื่อยกกำลังสองจะได้ 64

ประเมินผล Part C

  • 5 คะแนน: เข้าใจการเชื่อมโยงสมการ ราก และกราฟได้ดีมาก
  • 4 คะแนน: อยู่ในระดับดี พร้อมเข้าสู่ด่านสุดท้าย
  • 2–3 คะแนน: ควรทบทวนการแทนค่าราก ค่า discriminant และจุดตัดแกน
  • 0–1 คะแนน: ควรย้อนทบทวน EP4–EP7 ก่อนทำ Part D
คะแนนสะสมหลังจบ Part C เต็ม 15 คะแนน ให้นำคะแนน Part A, Part B และ Part C มารวมกัน

Checkpoint ก่อนเข้าสู่ด่านสุดท้าย

ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้

  • ถ้าโจทย์บอกว่าค่าหนึ่งเป็นรากของสมการ ต้องนำค่านั้นไปแทนในสมการ
  • ถ้า Δ=0 สมการมีคำตอบจริงซ้ำกัน
  • ถ้า Δ>0 กราฟตัดแกน x สองจุด
  • ถ้า Δ=0 กราฟสัมผัสแกน x หนึ่งจุด
  • จุดตัดแกน x หาได้จากการกำหนดให้ y=0
หลักคิดสำคัญ:

รากของสมการ คำตอบของสมการ และพิกัด x ของจุดตัดแกน x เป็นแนวคิดเดียวกัน

Part D: Final Mission — ข้อ 16–20

ด่านสุดท้ายเน้นโจทย์ที่ต้องเลือกวิธีคิดให้เหมาะสม เชื่อมโยงการแยกตัวประกอบ รากของสมการ ความสัมพันธ์ของราก กราฟพาราโบลา และโจทย์ประยุกต์

เวลาแนะนำ

ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที พยายามทำด้วยตนเองก่อนเปิดดูวิธีคิด

ตอบแล้ว 0/5 ข้อ คะแนน 0/5
ข้อ 16 ถ้า 2 และ -5 เป็นรากของสมการกำลังสอง สมการใดถูกต้อง
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

เมื่อรากของสมการคือ x=2 และ x=-5 ตัวประกอบจะเป็น

(x-2)(x+5)=0

กระจายวงเล็บ

x2+5x-2x-10=0
x2+3x-10=0
ตอบ B. x2+3x-10=0
สูตรย้อนกลับจากราก:

ถ้ารากคือ p และ q สมการคือ

(x-p)(x-q)=0
จุดหลอก:

เมื่อรากเป็น -5 ตัวประกอบต้องเป็น x+5

ข้อ 17 ถ้า α และ β เป็นรากของสมการ 2x2-5x-3=0 แล้วค่า α+β เท่ากับเท่าใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

สำหรับสมการกำลังสอง

ax2+bx+c=0

ผลบวกของรากคือ

α+β=-\frac{b}{a}

จากโจทย์

  • a=2
  • b=-5
  • c=-3

แทนค่า

α+β=-\frac{-5}{2}
α+β=\frac{5}{2}
ตอบ C. \frac{5}{2}
เทคนิคสนามสอบ:

ถ้าโจทย์ถามเพียงผลบวกหรือผลคูณของราก ไม่ต้องเสียเวลาแก้สมการหารากทีละค่า

จำเครื่องหมายให้แม่น:
  • ผลบวกของราก α+β=-\frac{b}{a}
  • ผลคูณของราก αβ=\frac{c}{a}
ข้อ 18 กราฟของฟังก์ชัน y=-2x2+4x+1 มีลักษณะตรงกับข้อใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

ฟังก์ชันกำลังสองมีรูปทั่วไป

y=ax2+bx+c

ทิศทางของกราฟพิจารณาจากเครื่องหมายของ a

  • ถ้า a>0 กราฟหงาย
  • ถ้า a<0 กราฟคว่ำ

จากโจทย์ a=-2 ซึ่งน้อยกว่าศูนย์

ตอบ A. เป็นพาราโบลาคว่ำ
เทคนิคจำเร็ว:

เครื่องหมายบวกเหมือนรูปปากยิ้ม คือกราฟหงาย เครื่องหมายลบเหมือนรูปหน้าบึ้ง คือกราฟคว่ำ

ระวัง:

ค่า b และ c ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่ากราฟหงายหรือคว่ำ

ข้อ 19 สี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปหนึ่งมีด้านยาวมากกว่าด้านกว้าง 3 เมตร และมีพื้นที่ 40 ตารางเมตร ด้านกว้างยาวเท่าใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

กำหนดให้ด้านกว้างยาว x เมตร

ด้านยาวจึงยาว x+3 เมตร

ใช้สูตรพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า

กว้าง × ยาว = พื้นที่
x(x+3)=40

จัดรูปสมการ

x2+3x-40=0

แยกตัวประกอบ

(x+8)(x-5)=0

จึงได้

x=-8   หรือ   x=5

ความยาวต้องเป็นจำนวนบวก จึงเลือก x=5

ตอบ D. ด้านกว้างยาว 5 เมตร
ตรวจคำตอบเร็ว:

ถ้ากว้าง 5 เมตร ด้านยาวเป็น 8 เมตร และ 5×8=40 ตรงกับพื้นที่ที่กำหนด

หลักสำคัญ:

สมการอาจให้คำตอบทางพีชคณิตสองค่า แต่โจทย์สถานการณ์จริงอาจใช้ได้เพียงค่าเดียว

ข้อ 20 ถ้า P(x)=x2-4x+m และ x-3 เป็นตัวประกอบของ P(x) แล้วค่า m เท่ากับเท่าใด
ดูวิธีคิดและเทคนิคสนามสอบ

ถ้า x-3 เป็นตัวประกอบของ P(x) ตามทฤษฎีตัวประกอบจะได้ว่า

P(3)=0

แทนค่า

32-4(3)+m=0
9-12+m=0
m-3=0
m=3
ตอบ C. 3
เทคนิคสนามสอบ:

เห็น x-a เป็นตัวประกอบ ให้แทน x=a แล้วกำหนดค่าพหุนามให้เท่ากับศูนย์

อย่าสลับเครื่องหมาย:

ถ้าตัวประกอบคือ x-3 ต้องแทน x=3 ไม่ใช่ x=-3

หมายเหตุสำหรับผู้ดูแลเนื้อหา

ตรวจสอบข้อ 19 ก่อนเผยแพร่

ในตัวเลือกข้อ 19 ค่า 5 เมตรปรากฏซ้ำในตัวเลือก B และ D ให้เปลี่ยนตัวเลือก B เป็น 6 เมตร โดยคำตอบที่ถูกต้องยังคงเป็นตัวเลือก D

สรุปผล Final Mission

ให้นำคะแนนจากทั้ง 4 Part มารวมกัน

  • Part A ข้อ 1–5 เต็ม 5 คะแนน
  • Part B ข้อ 6–10 เต็ม 5 คะแนน
  • Part C ข้อ 11–15 เต็ม 5 คะแนน
  • Part D ข้อ 16–20 เต็ม 5 คะแนน
คะแนนรวม = Part A + Part B + Part C + Part D
คะแนนเต็ม 20 คะแนน

แปลผลคะแนน

17–20 คะแนน: พร้อมลงสนาม

เข้าใจแนวคิดหลักได้ดี มองรูปแบบโจทย์และเลือกวิธีทำได้เหมาะสม ควรฝึกจับเวลาต่อเพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำ

13–16 คะแนน: พื้นฐานดี แต่ยังมีจุดหลุด

มีความพร้อมในระดับดี ให้ตรวจว่าพลาดจากเนื้อหาหรือความไม่รอบคอบ แล้วกลับไปทำข้อที่ผิดซ้ำอีกครั้ง

9–12 คะแนน: ต้องเสริมบางหัวข้อ

เข้าใจพื้นฐานบางส่วน แต่ยังเชื่อมโยงการแยกตัวประกอบ สมการ discriminant และกราฟได้ไม่คล่อง

0–8 คะแนน: ควรย้อนทบทวนอย่างเป็นลำดับ

ให้กลับไปเริ่มจากการจัดรูปพหุนาม การคูณ การแยกตัวประกอบ และการแก้สมการกำลังสองก่อน

วิเคราะห์จุดอ่อนจากข้อที่ตอบผิด

ถ้าผิดข้อ 1–3 หรือข้อ 6–7

ควรทบทวนพจน์ ดีกรี การรวมพจน์คล้าย การกระจายวงเล็บ และเครื่องหมายลบ

ถ้าผิดข้อ 4–5 หรือข้อ 8–11

ควรทบทวนการแยกตัวประกอบ ผลต่างกำลังสอง และหลักผลคูณเป็นศูนย์

ถ้าผิดข้อ 12–13 หรือข้อ 15

ควรทบทวนการแทนค่าราก กำลังสองสมบูรณ์ และค่า discriminant

ถ้าผิดข้อ 14 หรือข้อ 18

ควรทบทวนกราฟพาราโบลา จุดตัดแกน x และทิศทางการเปิดของกราฟ

ถ้าผิดข้อ 16–17

ควรทบทวนการสร้างสมการจากราก ผลบวกของราก และผลคูณของราก

ถ้าผิดข้อ 19–20

ควรฝึกการแปลงข้อความเป็นสมการ และการใช้ทฤษฎีตัวประกอบ

สรุปจำด่วนก่อนสอบ

1. รูปทั่วไป

ax2+bx+c   โดย   a≠0

2. สูตรผลต่างกำลังสอง

a2-b2 =(a-b)(a+b)

3. สูตรกำลังสองสมบูรณ์

a2+2ab+b2 =(a+b)2
a2-2ab+b2 =(a-b)2

4. สูตรหาคำตอบสมการกำลังสอง

x=\frac{-b\pm\sqrt{b2-4ac}}{2a}

5. Discriminant

Δ=b2-4ac
  • Δ>0 มีคำตอบจริง 2 คำตอบ
  • Δ=0 มีคำตอบจริงซ้ำ 1 คำตอบ
  • Δ<0 ไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง

6. ความสัมพันธ์ของราก

α+β=-\frac{b}{a}
αβ=\frac{c}{a}

7. ทฤษฎีตัวประกอบ

ถ้า x-a เป็นตัวประกอบของ P(x) แล้ว

P(a)=0

7 เทคนิคสนามสอบที่ต้องใช้จริง

  1. จัดรูปก่อนตอบ เรียงพจน์จากดีกรีสูงไปต่ำ
  2. มองหาตัวร่วมก่อน เพราะอาจทำให้โจทย์สั้นลงทันที
  3. ตรวจสูตรพิเศษ เช่น ผลต่างกำลังสองและกำลังสองสมบูรณ์
  4. ใช้ตัวเลือกช่วยตรวจ โดยคูณกลับหรือแทนค่ากลับ
  5. โจทย์ถามจำนวนราก ให้หา Δ ไม่จำเป็นต้องหาค่า x
  6. คำตอบจากสถานการณ์ต้องสมเหตุสมผล เช่น ความยาว เวลา หรือจำนวนสิ่งของต้องไม่ติดลบ
  7. เหลือเวลาให้ตรวจเครื่องหมาย เพราะข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มาจากเครื่องหมายมากกว่าสูตร
สูตรช่วยให้ทำได้ แต่การมองรูปแบบโจทย์ช่วยให้ทำได้ทันเวลา

ภารกิจทบทวนหลังทำแบบทดสอบ

  1. จดหมายเลขข้อที่ตอบผิด
  2. แยกสาเหตุว่า ไม่รู้วิธี หรือ คำนวณพลาด
  3. ปิดเฉลยแล้วทำข้อที่ผิดใหม่ด้วยตนเอง
  4. กลับมาทำ EP8 อีกครั้งหลังจากพักอย่างน้อย 1 วัน
  5. ตั้งเป้าหมายรอบถัดไปให้ได้อย่างน้อย 16 คะแนนจาก 20 คะแนน
ฝึกอย่างมีคุณภาพ:

การทำข้อเดิมซ้ำโดยเข้าใจว่าตนเองผิดเพราะอะไร มีประโยชน์มากกว่าการรีบทำข้อใหม่จำนวนมาก

Mission Complete

คุณได้เรียนรู้และทบทวนเนื้อหาสำคัญของพหุนาม สมการกำลังสอง และกราฟพาราโบลาครบตามลำดับแล้ว

ตั้งแต่การสังเกตดีกรี การดำเนินการของพหุนาม การแยกตัวประกอบ การแก้สมการ ค่า discriminant ความสัมพันธ์ของราก ไปจนถึงโจทย์ประยุกต์

เป้าหมายต่อไปคือทำให้ถูกอย่างสม่ำเสมอ และทำให้ทันเวลาภายใต้ความกดดันของสนามสอบ

ประโยคเตือนใจก่อนสอบ

ไม่ต้องรีบเป็นคนแรกที่ตอบ แต่ต้องเป็นคนที่อ่านครบ คิดเป็นขั้นตอน และไม่เสียคะแนนให้กับข้อที่ตนเองทำได้

พร้อมไปตอนถัดไปหรือยัง?

เข้าสู่ระบบหลักเพื่อบันทึกความก้าวหน้าได้ถาวร