ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
lesson

EP9 : สมการกำลังสองตัวแปรเดียว

เรียนรู้การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวด้วยการแยกตัวประกอบ สมบัติรากที่สอง สูตรกำลังสอง และดิสคริมิแนนต์ พร้อมตัวอย่าง แบบฝึกหัด และ Quiz เพื่อเตรียมสอบอย่างเป็นขั้นตอน

ภาพรวมหลักสูตรของฉัน

เส้นทางสู่เป้าหมาย

0%
ผ่านแล้ว 0/0 EP
เหลือ 0 EP
ผ่านครบวิชา 0/0 วิชา

กำลังโหลดความก้าวหน้า…

ความสำเร็จ Quiz ท้าย EP ผู้เรียน
กำลังโหลด…
ดีที่สุด 0%
ล่าสุด
ทำแล้ว 0 ครั้ง

ทำ Quiz ท้าย EP เพื่อเริ่มบันทึกความสำเร็จ


EP9 • Foundation Mathematics

สมการกำลังสองตัวแปรเดียว

เรียนรู้รูปทั่วไปของสมการกำลังสอง การจัดสมการให้เท่ากับศูนย์ การแก้สมการด้วยการแยกตัวประกอบ สมบัติรากที่สอง สูตรกำลังสอง และการตรวจจำนวนคำตอบด้วยดิสคริมิแนนต์

จัดรูปสมการ
ทำให้ข้างหนึ่งเท่ากับศูนย์
แยกตัวประกอบ
ใช้สมบัติผลคูณเป็นศูนย์
สูตรกำลังสอง
ใช้ได้กับสมการทุกแบบ
ดิสคริมิแนนต์
ตรวจจำนวนคำตอบ
★★★★★ หัวข้อสำคัญสำหรับข้อสอบพีชคณิตและโจทย์ประยุกต์

เป้าหมายการเรียนรู้

  • จำแนกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวได้
  • จัดสมการให้อยู่ในรูป ax² + bx + c = 0 ได้
  • แก้สมการด้วยการแยกตัวประกอบได้
  • แก้สมการด้วยสมบัติรากที่สองได้
  • ใช้สูตรกำลังสองหาคำตอบได้
  • ใช้ดิสคริมิแนนต์ตรวจจำนวนคำตอบได้
  • ตรวจคำตอบด้วยการแทนค่ากลับได้

1. สมการกำลังสองคืออะไร

สมการกำลังสองตัวแปรเดียว คือสมการที่มีตัวแปรเพียงตัวเดียว และเลขชี้กำลังสูงสุดของตัวแปรเท่ากับ 2

ax2 + bx + c = 0

โดยที่ a, b และ c เป็นจำนวนจริง และ a ≠ 0

ตัวอย่างสมการกำลังสอง

  • x2 − 5x + 6 = 0
  • 2x2 + 7x + 3 = 0
  • 4x2 − 9 = 0
  • x2 = 16

ตัวอย่างที่ไม่ใช่สมการกำลังสอง

  • 3x + 5 = 0 เป็นสมการเชิงเส้น
  • x3 − 2x = 0 เป็นสมการกำลังสาม
  • x2 + y = 5 มีมากกว่าหนึ่งตัวแปร
จุดสังเกต:

ต้องมีตัวแปรเพียงตัวเดียว และกำลังสูงสุดของตัวแปรต้องเท่ากับ 2

2. จัดสมการให้อยู่ในรูปมาตรฐาน

ก่อนแก้สมการกำลังสอง ควรจัดสมการให้อยู่ในรูป

ax2 + bx + c = 0

ตัวอย่างที่ 1

x2 + 3x = 10

ย้าย 10 มาทางซ้าย

x2 + 3x − 10 = 0

ดังนั้น a = 1, b = 3 และ c = −10

ตัวอย่างที่ 2

2x2 + 5 = 7x

2x2 − 7x + 5 = 0

ดังนั้น a = 2, b = −7 และ c = 5

ระวังเครื่องหมาย:

เมื่อย้ายพจน์ข้ามเครื่องหมายเท่ากับ ต้องเปลี่ยนเครื่องหมายของพจน์นั้น

3. สมบัติผลคูณเป็นศูนย์

หากผลคูณของสองจำนวนเท่ากับศูนย์ อย่างน้อยหนึ่งจำนวนต้องเท่ากับศูนย์

ถ้า AB = 0 แล้ว A = 0 หรือ B = 0

ตัวอย่าง

(x − 2)(x + 5) = 0

ดังนั้น

x − 2 = 0 หรือ x + 5 = 0

x = 2 หรือ x = −5

หัวใจของวิธีแยกตัวประกอบ:

ต้องจัดสมการให้ข้างหนึ่งเป็นศูนย์ แล้วแยกพหุนามอีกข้างให้อยู่ในรูปผลคูณ

4. แก้สมการด้วยการดึงตัวประกอบร่วม

ตัวอย่าง

x2 − 5x = 0

ดึง x ออกเป็นตัวประกอบร่วม

x(x − 5) = 0

ใช้สมบัติผลคูณเป็นศูนย์

x = 0 หรือ x − 5 = 0

ดังนั้น x = 0 หรือ x = 5

จุดพลาด:

ห้ามหารทั้งสมการด้วย x ตั้งแต่แรก เพราะจะทำให้คำตอบ x = 0 หายไป

5. แก้สมการตรีนามที่สัมประสิทธิ์หน้า x² เป็น 1

ตัวอย่างที่ 1

x2 + 5x + 6 = 0

หาสองจำนวนที่บวกกันได้ 5 และคูณกันได้ 6 คือ 2 และ 3

(x + 2)(x + 3) = 0

x + 2 = 0 หรือ x + 3 = 0

ดังนั้น x = −2 หรือ x = −3

ตัวอย่างที่ 2

x2 − 7x + 12 = 0

หาสองจำนวนที่บวกกันได้ −7 และคูณกันได้ 12 คือ −3 และ −4

(x − 3)(x − 4) = 0

ดังนั้น x = 3 หรือ x = 4

6. แก้สมการตรีนามรูป ax² + bx + c = 0

ตัวอย่าง

2x2 + 7x + 3 = 0

แยกตัวประกอบได้เป็น

(2x + 1)(x + 3) = 0

จึงได้

2x + 1 = 0 หรือ x + 3 = 0

2x = −1 หรือ x = −3

ดังนั้น x = −1/2 หรือ x = −3

ตรวจคำตอบ:

นำคำตอบแต่ละค่ากลับไปแทนในสมการเดิม หากทำให้สมการเป็นจริง แสดงว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

7. สมการผลต่างกำลังสอง

a2 − b2 = (a − b)(a + b)

ตัวอย่างที่ 1

x2 − 25 = 0

x2 − 52 = 0

(x − 5)(x + 5) = 0

ดังนั้น x = 5 หรือ x = −5

ตัวอย่างที่ 2

4x2 − 9 = 0

(2x)2 − 32 = 0

(2x − 3)(2x + 3) = 0

ดังนั้น x = 3/2 หรือ x = −3/2

8. แก้สมการด้วยสมบัติรากที่สอง

ถ้า x² = k และ k เป็นจำนวนบวก จะได้คำตอบสองค่า

x = ±√k

ตัวอย่างที่ 1

x2 = 49

x = ±√49

ดังนั้น x = 7 หรือ x = −7

ตัวอย่างที่ 2

(x − 2)2 = 16

x − 2 = ±4

กรณีที่ 1: x − 2 = 4 จึงได้ x = 6

กรณีที่ 2: x − 2 = −4 จึงได้ x = −2

ดังนั้น x = 6 หรือ x = −2

อย่าลืม ±:

เมื่อถอดรากที่สองเพื่อหาค่า x ต้องพิจารณาทั้งค่าบวกและค่าลบ

9. สูตรกำลังสอง

สมการกำลังสองทุกสมการที่อยู่ในรูป ax² + bx + c = 0 สามารถแก้ได้ด้วยสูตร

x = [−b ± √(b² − 4ac)] / 2a

ตัวอย่าง

2x2 + x − 3 = 0

จะได้ a = 2, b = 1 และ c = −3

x = [−1 ± √(1² − 4(2)(−3))] / 2(2)

x = [−1 ± √(1 + 24)] / 4

x = [−1 ± 5] / 4

กรณีที่ 1

x = (−1 + 5)/4 = 1

กรณีที่ 2

x = (−1 − 5)/4 = −3/2

ดังนั้น x = 1 หรือ x = −3/2

ก่อนแทนสูตร:

ต้องจัดสมการให้เท่ากับศูนย์ และระบุค่า a, b, c พร้อมเครื่องหมายให้ถูกต้อง

10. ดิสคริมิแนนต์และจำนวนคำตอบ

จำนวนภายในเครื่องหมายรากของสูตรกำลังสองเรียกว่า ดิสคริมิแนนต์ เขียนแทนด้วย Δ

Δ = b2 − 4ac
ค่าของ Δ ลักษณะคำตอบ
Δ > 0 มีคำตอบจริงแตกต่างกัน 2 ค่า
Δ = 0 มีคำตอบจริงซ้ำกัน 1 ค่า
Δ < 0 ไม่มีคำตอบในระบบจำนวนจริง

ตัวอย่างที่ 1

x2 − 5x + 6 = 0

Δ = (−5)2 − 4(1)(6)

Δ = 25 − 24 = 1

เนื่องจาก Δ > 0 จึงมีคำตอบจริงแตกต่างกัน 2 ค่า

ตัวอย่างที่ 2

x2 + 4x + 4 = 0

Δ = 42 − 4(1)(4)

Δ = 16 − 16 = 0

จึงมีคำตอบจริงซ้ำกัน 1 ค่า

11. การเลือกวิธีแก้สมการ

ลักษณะสมการ วิธีที่เหมาะสม
x² = จำนวน ใช้สมบัติรากที่สอง
แยกตัวประกอบได้ง่าย ใช้การแยกตัวประกอบ
เป็นผลต่างกำลังสอง ใช้สูตร a² − b²
แยกตัวประกอบยาก ใช้สูตรกำลังสอง
ถามจำนวนคำตอบ คำนวณดิสคริมิแนนต์
ข้อสอบแบบเร็ว:

ลองแยกตัวประกอบก่อน หากหาไม่ได้ง่าย จึงเปลี่ยนไปใช้สูตรกำลังสอง

12. โจทย์ปัญหาสมการกำลังสอง

ตัวอย่าง

รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาวมากกว่าความกว้าง 3 เมตร และมีพื้นที่ 40 ตารางเมตร จงหาความกว้างและความยาว

ให้ x แทนความกว้าง

ความยาวจึงเท่ากับ x + 3

จากสูตรพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า

ความกว้าง × ความยาว = พื้นที่

x(x + 3) = 40

x2 + 3x − 40 = 0

(x + 8)(x − 5) = 0

x = −8 หรือ x = 5

เนื่องจากความยาวต้องเป็นจำนวนบวก จึงใช้ x = 5

ดังนั้น ความกว้างเท่ากับ 5 เมตร และความยาวเท่ากับ 8 เมตร

คำตอบจากบริบท:

แม้สมการจะได้สองคำตอบ แต่โจทย์ปัญหาอาจยอมรับเพียงคำตอบเดียว เช่น ความยาว อายุ และจำนวนสิ่งของต้องไม่เป็นจำนวนลบ

13. ขั้นตอนทำข้อสอบแบบเร็ว

1. จัดสมการให้อยู่ในรูป ax² + bx + c = 0
2. ตรวจตัวประกอบร่วม
3. ลองแยกตัวประกอบ
4. ใช้สมบัติผลคูณเป็นศูนย์
5. หากแยกไม่ได้ง่าย ให้ใช้สูตรกำลังสอง
6. ตรวจคำตอบด้วยการแทนค่ากลับ
7. หากเป็นโจทย์ปัญหา ให้ตรวจความสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัดทบทวน 5 ข้อ

  1. จงแก้สมการ x² − 9 = 0

    A. x = 3 เท่านั้น   B. x = −3 เท่านั้น   C. x = ±3   D. x = ±9

    ดูเฉลย

    ตอบ C. x = ±3

    x² − 3² = 0
    (x − 3)(x + 3) = 0
    x = 3 หรือ x = −3

  2. จงแก้สมการ x² + 7x + 12 = 0

    A. x = 3, 4   B. x = −3, −4   C. x = −2, −6   D. x = 2, 6

    ดูเฉลย

    ตอบ B. x = −3, −4

    (x + 3)(x + 4) = 0
    x = −3 หรือ x = −4

  3. จงแก้สมการ x² − 2x − 15 = 0

    A. x = 3, −5   B. x = −3, 5   C. x = 1, −15   D. x = −1, 15

    ดูเฉลย

    ตอบ B. x = −3, 5

    (x − 5)(x + 3) = 0
    x = 5 หรือ x = −3

  4. สมการ x² − 6x + 9 = 0 มีคำตอบแบบใด

    A. มีคำตอบจริง 2 ค่าต่างกัน   B. มีคำตอบจริงซ้ำกัน   C. ไม่มีคำตอบจริง   D. มีคำตอบทุกจำนวนจริง

    ดูเฉลย

    ตอบ B. มีคำตอบจริงซ้ำกัน

    Δ = (−6)² − 4(1)(9)
    = 36 − 36 = 0

  5. จงแก้สมการ 2x² − 5x − 3 = 0

    A. x = 3, −1/2   B. x = −3, 1/2   C. x = 1, −3/2   D. x = −1, 3/2

    ดูเฉลย

    ตอบ A. x = 3, −1/2

    2x² − 5x − 3 = (2x + 1)(x − 3)
    x = −1/2 หรือ x = 3

แนวข้อสอบปิดท้าย 10 ข้อ

ตอบแล้ว 0/10 ข้อ คะแนน 0/10
ข้อ 1 ข้อใดเป็นรูปทั่วไปของสมการกำลังสองตัวแปรเดียว
ดูคำอธิบาย

ตอบ C. สมการกำลังสองตัวแปรเดียวมีรูปทั่วไป ax² + bx + c = 0 โดย a ต้องไม่เท่ากับศูนย์

ข้อ 2 จงแก้สมการ x² − 8x = 0
ดูคำอธิบาย

ตอบ B. x(x − 8) = 0 จึงได้ x = 0 หรือ x = 8

ข้อ 3 จงแก้สมการ x² + 6x + 8 = 0
ดูคำอธิบาย

ตอบ D. (x + 2)(x + 4) = 0 จึงได้ x = −2 หรือ x = −4

ข้อ 4 จงแก้สมการ x² − x − 20 = 0
ดูคำอธิบาย

ตอบ A. (x − 5)(x + 4) = 0 จึงได้ x = 5 หรือ x = −4

ข้อ 5 จงแก้สมการ 3x² − 12 = 0
ดูคำอธิบาย

ตอบ C. 3x² = 12 จึงได้ x² = 4 และ x = ±2

ข้อ 6 จงแก้สมการ (x − 3)² = 25
ดูคำอธิบาย

ตอบ B. x − 3 = ±5 จึงได้ x = 8 หรือ x = −2

ข้อ 7 สมการ x² + 2x − 3 = 0 มีค่า a, b และ c ตรงกับข้อใด
ดูคำอธิบาย

ตอบ D. เปรียบเทียบกับ ax² + bx + c = 0 จะได้ a = 1, b = 2 และ c = −3

ข้อ 8 สมการ x² − 10x + 25 = 0 มีคำตอบตรงกับข้อใด
ดูคำอธิบาย

ตอบ A. x² − 10x + 25 = (x − 5)² จึงได้ x = 5 เป็นคำตอบซ้ำ

ข้อ 9 สมการ x² + 2x + 5 = 0 มีจำนวนคำตอบจริงเท่าใด
ดูคำอธิบาย

ตอบ C. Δ = 2² − 4(1)(5) = 4 − 20 = −16 ซึ่งน้อยกว่าศูนย์ จึงไม่มีคำตอบจริง

ข้อ 10 จำนวนบวกจำนวนหนึ่งยกกำลังสองแล้วลบด้วย 6 เท่าของจำนวนนั้น ได้ 16 จำนวนนั้นคือเท่าใด
ดูคำอธิบาย

ตอบ B. ให้ x แทนจำนวนนั้น
x² − 6x = 16
x² − 6x − 16 = 0
(x − 8)(x + 2) = 0
x = 8 หรือ x = −2
แต่โจทย์กำหนดให้เป็นจำนวนบวก จึงตอบ 8

สรุป 1 นาที

รูปทั่วไป ax² + bx + c = 0 โดย a ≠ 0
แยกตัวประกอบ เขียนสมการให้อยู่ในรูปผลคูณเท่ากับศูนย์
ผลคูณเป็นศูนย์ ถ้า AB = 0 แล้ว A = 0 หรือ B = 0
สมบัติรากที่สอง ถ้า x² = k แล้ว x = ±√k
สูตรกำลังสอง x = [−b ± √(b² − 4ac)] / 2a
ดิสคริมิแนนต์ Δ = b² − 4ac ใช้ตรวจจำนวนคำตอบ
ตรวจคำตอบ แทนค่า x กลับลงในสมการเดิม
  • จัดสมการให้ข้างหนึ่งเท่ากับศูนย์ก่อน
  • ตรวจและดึงตัวประกอบร่วมออกก่อนเสมอ
  • ลองแยกตัวประกอบก่อนใช้สูตรกำลังสอง
  • เมื่อถอดรากที่สองต้องพิจารณาเครื่องหมาย ±
  • ระบุค่า a, b และ c พร้อมเครื่องหมายให้ถูกต้อง
  • โจทย์ปัญหาต้องตรวจความสมเหตุสมผลของคำตอบ
บทถัดไป:

EP10 อสมการและค่าสัมบูรณ์

กลับด้านบน